หนังเรทR หนัง18+

 

หนังเรทR หนัง18+ Netflix สุดร้อนแรงที่ไม่ต้องพึ่งสแตนอินเล่นกันจริงๆ เพื่อคนดูโดยเฉพาะ ซึ่งแน่นอนว่า หนังเรทR หนัง18+ เหล่านี้ไม่มีลงฉายในโรงบ้านเรา เพราะอะไรกันนั้นรู้ๆกันอยู่ แต่สำหรับท่านใดที่ชื่นชอบ หนังRอิโรติก หนังx ต้องห้ามพลาดเพราะเราได้ทำการรวบรวมมาให้ทุกท่านได้หาดูกันแล้ว

ซึ่งแน่นอนว่า หนัง18+ จากโลกตะวันตกเป็นหนังที่มีฉากรักๆใคร่ๆที่แบบค่อนสมจริงกันมานานแล้ว อาจจะมากน้อยแตกต่างกันไปแต่โดยมากแล้วฉากจูบถือเป็นสิ่งที่ต้องมี เพราะถ้าไม่มีมันอาจจะดูผิดธรรมเนียมหนังสากลไปเลยก็เป็นได้ แต่ว่าฉากจูบนี่จัดเด็กๆไปเลยถ้าเทียบกับฉากซั่ม ในปัจจุบันมีเทคนิคเยอะแยะมากมายในการถ่ายทำ เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้อง “เล่นจริง” ก็สามารถเนรมิตฉากอย่างว่าให้ออกมาดูสมจริงได้

แต่ว่า หนัง18+ บางเรื่องดูไปดูมามันสมจริงเกินไปหรือเปล่าเพราะมันดูเร่าร้อนจนคนดูอินจิกเบาะกันเลยทีเดียว ซึ่งส่วนมากนักแสดงก็ออกมาปฏิเสธว่าก็ไม่ใช่การแสดงจริงหรอก เพราะในขณะแสดงก็มีการเซฟนักแสดงมากพอสมควร ทั้งนี้ก็ยังมีหนังอีกกลุ่มหนึ่งที่เหล่านักแสดงได้ออกมายืดอกยอมรับว่าฉากมีเซ็กส์สุดเผ็ดร้อนมันส์สะเด่าทะลุจอที่ผู้ชมดูๆกันนั้นมันคือการมีเซ็กส์จริงๆ!!! ว่าแต่จะมีเรื่องอะไรกันบ้าง วันนี้เราได้รวบรวมมาฝากแล้วค่ะ

เรื่องย่อ Blue is the Warmest Color วันที่หัวใจกล้ารัก

 

หนังเรทR หนัง18+

 

หนังเรทR หนัง18+จากนิยายภาพชื่อดังของ จูลี มาโรห์ กลายมาเป็นฉบับภาพยนตร์โดยผู้กำกับมือฉกาจ อับเดลลาทิฟ เคชิช Blue is the Warmest Color

เล่าเรื่องราวความรักครั้งแรกของ  (อเดล เอ็กซาร์โคปูโลส) เด็กสาววัย 15 ปี ที่ได้สัมผัสและรู้จัก “ความรู้สึกที่เรียกว่า รัก” จริงๆ ตอนที่เธอได้เจอกับ เอมม่า (เลอา เซย์ดูซ์) สาวห้าวที่ย้อมผมสีฟ้า ความรู้สึกที่ปะทุขึ้นอย่างเร่าร้อน ลุกลาม เต็มเปี่ยมไปด้วยความฝัน แรงปรารถนา เกิดขึ้นอย่างงดงาม และดำเนินไปท่ามกลางวัยและความคิดที่ค่อยๆเติบโตของเด็กสาว ก่อนที่อเดลจะโตเป็นผู้ใหญ่ และได้รู้จักว่า “ความรัก” ที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร

 

SpoilerหนังเรทR หนัง18+

 

 

    หนังทำดี ตอนลำดับเหตุการณ์ ตั้งแต่นางเอก อยู่ มัธยม เริ่มสนใจเรื่องความรัก กิ๊กกัก กับผู้ชาย แต่ความรู้สึกลึกๆแล้ว เธอกลับไปชอบทอม ผมสีฟ้ามากกว่า ด้วยแรงปรารถนา ทำให้เธอคบหากัน ได้เสียกัน แม้ว่าครอบครัวเธออาจจะไม่ยอมรับ เพื่อนๆในห้องเรียน แอนตี้เธอ แต่ก็มีบางคนที่เข้าใจเธอ จนผ่านช่วงวัยเรียน อเดลก็ได้เป็นครูสอนเด็กเล็กตามที่เธออยากเป็น แต่ความสัมพันธ์กับเอ็มม่า ก็เริ่มไม่เหมือนเดิม สุดท้ายก็ต้องเลิกกันไป แม้จะยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่ความรักนั้นก็จบไปแล้ว แม้อเดลอยากจะมองหาใครสักคนมาเติมเต็มแต่ก็ดูแล้ว มันไม่ใช่ สุดท้ายเธอจะเลือกเส้นทางอย่างไร คงต้องไปคิดต่อกันเอง

หนังเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจและดัดแปลงเนื้อหามาจากนิยายภาพของ จูลี มาโรห์ ซึ่งเรื่องราวของหนังกล่าวถึง อเดลเด็กสาวอายุ 15 นักเรียนไฮสคูลที่ยังไม่รู้จักความรักที่แท้จริง จนเมื่อเธอเริ่มที่ค้นหาความหมายของมัน เธอก็ได้รู้จักกับ โธมัส ชายหนุ่มที่เพื่อนๆของเธอบอกว่าเขาแอบมองเธอมานาน ทั้งสองคบกัน ออกเดทกัน ดูหนังกัน ไปเที่ยวด้วยกัน จนความสัมพันธ์ลงเอยที่เตียงนอน เพราะเธออยากรู้ว่า ความรู้สึกทางเพศที่เธอมีต่อผู้ชาย ใช่ความรักที่เธอเฝ้าตามหาหรือไม่ แต่คำตอบที่ได้ก็คือ ไม่ใช่ และความสัมพันธ์ของทั้งสองก็จบลงทันทีด้วยการบอกเลิกของอเดล

ความสัมพันธ์ที่ถูกเล่าอย่างละเอียดลึกซึ้งทำให้หนังเข้าถึงก้นบึ้งความรู้สึกของคนดูจริงๆ คนดูจะอิ่มเอิบไปกับความรู้สึกที่สมจริง สมจริงจนเกิดอาการเสียว เพราะฉากเซ็กซ์เห็นได้อย่างชัดเจนมาก และฉากเซ็กซ์บางฉากก็ใช้เวลาถ่ายทำกันนานถึง 2 วันเต็มๆ เรียกได้ว่าเล่นเอานักแสดงหมดเสียวกันไปแล้ว เพราะต้องดูด-จับ-บีบ-เค้น-คลึง กันจนปวดนม!

ถึงแม้ภาพการร่วมรักจะเป็นประเด็นหลักของหนัง แต่หนังได้เสริมสีสันเพื่อสื่ออารมณ์ตามความรู้สึก ทำให้ภาพโป๊ต่างๆที่เห็น กลายเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่ง เพราะความสวยงามที่สุดของมนุษย์ ก็คือร่างกายของมนุษย์ สีที่ใช้ตลอดทั้งเรื่องคือสีฟ้าตามชื่อเรื่อง โดยนำมาใช้กับทรงผม, เก้าอี้, เสื้อผ้า, กระเป๋า, ปากกา และอีกมากมาย ซึ่งนอกจะสีสันจะช่วยสื่ออารมณ์แล้ว นักแสดงส่งอารมณ์ได้ดี โดยเฉพาะฉากต่อล้อต่อเถียงระหว่าง อเดลกับเอ็มม่า ซึ่งอัดแน่นหลายอารมณ์ในฉากเดียว ทั้งตกใจ, ผิดหวัง และเศร้าไปกับความสัมพันธ์ของทั้งสอง

หนังเรทR หนัง18+

 

  หนังเรทR หนัง18+ ผลลัพธ์สุดท้ายของเรื่อง สปอยล์กันโต้งๆตรงนี้เลยว่าสมจริงอีกเช่นกัน หนังไม่ได้นำเสนอฉากจบแบบแฮปปี้ เอนดิ้งอย่างในหนังรักทั่วไป แต่หนังนำเสนอความจริงที่พบได้ในความรักทั่วไป นั่นจึงเป็นที่มาของความผิดหวังของทั้งอเดลและเอ็มม่า หนังส่งมุมมองความคิดอย่างหนึ่งว่า ความรักเกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน ผู้ชาย ผู้หญิง เลสเบี้ยน หรือเกย์ และในทุกเพศก็ผิดหวังกับความรักได้เหมือนกันหมด นั่นจึงเป็นข้อสรุปของความรัก ที่มีทั้งสมหวังและผิดหวังในคำนิยามคำเดียว และสีหนึ่งที่ให้คำนิยามแก่คำคำนี้ได้ดีก็คือ สีฟ้า ไม่แตกต่างไปจากสีแดงหรือสีชมพู ที่ให้คำนิยามถึงความรักที่เร่าร้อนและรวดเร็ว

ชอบตรงหนังวางลำดับเรื่องดี ภาพสวย แต่งหน้าดี เชื่ออเดล ว่าค่อยๆโต จากเด็กมาเป็น วัยรุ่น วัยทำงาน เนียนไม่รู้สึกว่าขัด ฉากวาบวาม มีให้ดูเรื่อยๆ เนื้อตัวดี สวยงามแบบศิลปะ เข้ากับหนังฝรั่งเศสดี แต่หนังยาวมาก 3 ชั่วโมง

สีฟ้าเป็นสีที่สื่อความหมายถึง การเชื่อมั่นในตัวเอง, การเชื่อมั่นในความรัก, การมีศรัทแก่กล้าที่จะเชื่อในเรื่องใดๆ และต้องการเป็นที่รักของใครๆ คนที่ชื่นชอบสีฟ้า คนๆนั้นจะเป็นคนอารมณ์อ่อนไหว และไวต่อความรู้สึก ในขณะเดียวกันก็แฝงความแข็งแกร่งไว้ด้วย เฉกเช่นเดียวกับ อเดลแม้เธอจะเชื่อมั่นในตัวเองและเชื่อในความรัก ที่มีต่อเอ็มม่ามากเพียงไร แต่ความอ่อนไหวภายในก็ทำให้เธอสูญเสียความเป็นตัวเอง จนเมื่อความแข็งแกร่งที่หลบซ่อนไว้ได้เปิดเผยออกมา เธอจึงสามารถยืนหยัดต่อสู้กับความผิดหวังต่อไปได้ ตามลักษณะเฉพาะตัวของสีฟ้า สีที่เย็นที่สุด.. และอบอุ่นที่สุดในเวลาเดียวกัน…Blue Is the Warmest Color เป็นหนังร่วมทุนสร้างระหว่างประเทศฝรั่งเศส, สเปน และเบลเยี่ยม โดยใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาหลักในหนัง รีวิวหนัง netflix สนุกๆ

#รายชื่อผู้ให้เสียงพากย์ไทย Blue Is the Warmest Color

  • Emma (Lea Seydoux) – อรนุช ลาดพันนา
  • Adele (Adele Exarchopoulos) – สุรพร ใจรัก
  • Samir (Salim Kechiouche) – อรรคพล วิมลพัชร
  • Pere Adele (Aurelien Recoing) – ปริภัณฑ์ วัชรานนท์
  • Mere Adele (Catherine Salee) – อรนุช ลาดพันนา
  • Antoine (Benjamin Siksou) – อรรคพล วิมลพัชร
  • Lise (Mona Walravens) – สุรพร ใจรัก
  • Thomas (Jeremie Laheurte) – อรรคพล วิมลพัชร
  • Beatrice (Alma Jodorowsky) – อรนุช ลาดพันนา
  • Valentin (Sandor Funtek) – อรรคพล วิมลพัชร

เสียงเปิดเรื่อง / เสียงบรรยาย – ปริภัณฑ์ วัชรานนท์
ให้เสียงภาษาไทยโดย…. #พันธมิตร
ถูกใจ · ตอบกลับ · 3 ปี